BMW 3.0 CSi Coupe’ รถของศัลยแพทย์ที่ถูกบูรณะอย่างประณีตราวกับทำมือ

LABOUR OF LOVE

3.0 CSi Coupe’ ของ Jeffrey Mohler ถูกซ่อมรักษาสภาพอย่างประณีตราวกับทำจากมือของศัลยแพทย์มือดี ซึ่ง Garry Melnyk ได้ไปค้นพบมา

ครั้งแรกที่ผมได้เห็น 3.0 CSi Coupe’ แบบตัวเป็น ๆตอนนั้นผมอายุ 15 มันเป็นรถที่สวยงามมากที่จอดอยู่ในโชว์รูมของดีลเลอร์ท้องถื่นที่ขายทั้ง Mazda และ BMW ในเมืองของผม นอกจากนี้ในโชว์รูมนั้นยังมี 2002 อีกคันหนึ่งจอดอยู่ข้าง ๆ เจ้า Coupe’ อีกด้วย แต่ด้วยสีเทาทึม ๆ และภายในที่เป็นผ้าสีเทาด้วยเช่นกันของมันเรียกความสนใจจากสายตาของผมได้มากกว่า จึงทำให้ผมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นนานเลยทีเดียว

คุณหมอ Jeffrey Mohler เป็นแพทย์แผนกฉุกเฉินชาวแคนาดาคนนี้ก็เคยตะลึงกับ 3.0 CSi ด้วยเช่นกันตอนที่เขาได้เห็นรูปภาพของมันในตอนที่เขาเป็นวัยรุ่น มันสร้างความประทับใจให้เขาได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งมากจนเขาสัญญากับตนเองว่าสักวันหนึ่งในอนาคตจะต้องมีมันให้ได้ แต่โชคร้ายที่เขาไม่เคยเจอมันวิ่งอยู่บนถนนในเมือง Edmonton ที่เขาเติบโตขึ้นมาเลยสักคัน

A LONG WAIT

มันใช้เวลากว่ายี่สิบปีนับจากนั้นกว่า Jeffrey จะได้เห็นเจ้า E9 Coupe’ แบบตัวเป็น ๆ แต่ด้วยความที่เขาต้องเรียนหนักด้วยความที่ตั้งใจที่จะเป็นหมอให้ได้ และสุดท้ายเขาก็ทำได้สำเร็จจริง ๆ โดยได้กลายมาเป็นแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญของแผนกฉุกเฉิน เจ้ารถสีทองที่คุณเห็นอยู่คันนี้คืออีกหนึ่งชัยชนะที่เขาได้มา หลังจากที่เสาะหาตามล่ามันอยู่หลายปี

งานของคุณหมอ Mohler ที่แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลของเมืองค่อนข้างรัดตัวมากเลยทีเดียว ซึ่งคุณจะได้เห็นเขาต้องรับมือกับคนแข้งขาหักที่ถูกส่งเข้ามาจนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเขาก็ใช้ตรรกะเดียวกันนี้กับการทำรถของเขา ในช่วงที่เขาเป็นหนุ่ม เขาและพ่อของเขาได้ช่วยกันซ่อมรักษาสภาพรถร่วมกันหลายคัน ซึ่งประกอบไปด้วยรถ BMW สารพัดรุ่น บางคันก็ไม่ต้องซ่อมอะไรมาก ยกตัวอย่างเช่น M5 เจนเนอเรชั่นแรก ที่เป็นหนึ่งในรถสะสมที่จอดอยู่ในคอลเล็คชั่นของเขาด้วย

E9 Coupe’ ถูกผลิตออกมาระหว่างปี 1968-1975 ส่วนรุ่น CSi ถูกส่งออกมาตั้งแต่ปี 1971 เป็นต้นไป ด้วยการใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์หกสูบเรียงรหัส M30 ที่สามารถส่งม้าล่ำ ๆ ออกมาได้ถึง 200 ตัวเลยทีเดียว “รถของผมเป็นสเปกยุโรปที่ขายออกไปในเยอรมัน” Jefferey เล่าเรื่องราวให้ผมฟังในวันที่เราได้เจอกันเมื่อไม่นานมานี้ “จากนั้นมันถูกส่งจากเยอรมัน ไป South Carolina ในปี 1989 และมันหนึ่งใน 2,741 คัน ที่ถูกผลิตออกมาในปี 1973”

LUCKY FIND!

การไล่ล่า CSi ของคุณหมอ Jeffrey เริ่มขึ้นในปี 2008 ด้วยการนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอของอีเบย์ จากนั้นเขาก็เจอคันหนึ่งที่ลงขายโดยคนอเมริกัน ซึ่งเมื่อดูจากภาพประกอบแล้วดูเหมือนว่ามันยังคงเป็นรถที่อยู่ในสภาพดีไม่มีสนิม แต่ก็อย่างที่รู้กันอยู่ว่า บางทีรูปภาพก็ไม่ได้บอกอะไรได้ทั้งหมดหรอก ดังนั้นดีลเลอร์ BMW ที่อยู่ใกล้ ๆ บ้านของคนขายจึงเข้ามาช่วยตรวจสอบรถคันนี้ทุกตารางนิ้ว และโชคดีที่หลังจากที่ตรวจเช็คเรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏออกมาว่ารถที่ Jeffrey กำลังสนใจอยู่คันนี้ยังอยู่ในสภาพที่เนี๊ยบมาก จึงทำให้เขาตัดสินใจที่จะซื้อและวางเงินมัดจำเอาไว้ก่อน จากนั้นก็ประสานงานกับบริษัทขนส่งเพื่อส่งรถมายังบ้านของเขาที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา

เมื่อรถมา Jeffrey ก็ได้ “ลูบไล้” เจ้า Coupe’ คันนี้เป็นครั้งแรก และเขาโล่งใจที่ได้เห็นว่าทุกสิ่งเป็นไปตามที่เขาคาดหวังเอาไว้ตั้งแต่แรก ถึงแม้ว่าเขายังมีข้อกังวลใจเล็ก ๆในส่วนของเครื่องยนต์กลไกของมันมากกว่าเรื่องสภาพตัวถัง รถมาถึงในสภาพที่วิ่งได้ ดังนั้น Jeffrey จึงมีโอกาสได้ขับมันเป็นครั้งแรกในวันนั้น

จากนั้นเขาก็ไปเจอ 528 คันหนึ่งที่อีกเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ในสภาพดี และเขาอยากจะสับเอาเกียร์ห้าสปีดของมันมาใส่แทนเกียร์เดิมของเจ้า Coupe’ แต่แผนการนี้ต้องหยุดชะงักเนื่องจากมีปัญหาที่ทำให้แผนการทุกสิ่งที่เตรียมเอาไว้หยุดชะงักลง

MECHANICAL ISSUES

ปัญหาที่บูชข้อเหวี่ยงเริ่มส่งเสียงเตือนถึงปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาอีกภายหลัง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะรื้อเครื่องยนต์ท่อนล่างออกเพื่อตรวจหาสาเหตุที่มาที่ไปของปัญหา ซึ่งในขั้นตอนเดียวกันนี้ฝาสูบก็ถูกยกออกมาด้วยเช่นกันและก็เจอข่าวร้ายว่ามันร้าว ด้วยปัญหานี้ประกอบกับปัญหาที่ท่อนล่างด้วยทำให้เขาตัดสินใจที่จะรีบิลด์เครื่องยนต์ใหม่ทั้งตัวเลย ถึงแม้จะผิดหวังแต่เขาก็ไม่ท้อแท้ หลังจากที่หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเขาก็ตัดสินใจที่จะทำมันใหม่ทั้งตัวเลยด้วย “ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ผมพามันเดินมาไกลขนาดไหนแล้ว” เขากล่าวบอกผม “แต่ด้วยความที่ไหน ๆ ก็จะต้องรื้อเครื่องยนต์กลไกมันออกมาแล้ว ก็เป็นเรื่องสมเหตุผลที่จะถือโอกาสนี้เริ่มนับหนึ่งใหม่มันเสียเลย”

เครื่องยนต์ถูกยกออกมาจากรถ และส่งไปยังอู่เพื่อรีบิลด์ใหม่ทั้งตัว ฝาสูบฝาใหม่ถูกเปลี่ยนใส่เข้าไป ส่วนที่เหลือของเครื่องยนต์ยังคงให้เป็นไปตามสเปกแสตนดาร์ด เมื่องานรีบิลด์เสร็จเรียบร้อย เครื่องยนต์ก็ถูกส่งคืนไปยัง Jeffrey เพื่อที่จะวางกลับลงไปในรถตามเดิม จากนั้นก็เริ่มลงมือทำงานในส่วนอื่นของรถต่อไปในโรงรถของเขาเอง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีถึงแม้จะมีเรื่องหงุดหงิดที่เกิดจากเครื่องยนต์ขึ้นครั้งหนึ่งที่ต้องใช้เวลานานพอดูกว่าจะวิเคราะห์เจอสาเหตุของมัน

FUELING PROBLEM

ในขณะที่อยู่ในเวิร์คช็อป หัวฉีดถูกถอดเอาออกมาในระหว่างขั้นตอนรีบิลด์เครื่องยนต์ และถูกนำไปทำล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า โชตร้ายที่มันไม่ถูกปล่อยให้แห้งสนิทหลังจากนั้น ผลที่ตามมาก็คือสนิมได้ก่อตัวขึ้นภายในหัวฉีดและไปขวางทางเดินน้ำมันจนน้ำมันไม่สามารถถูกไปจ่ายไปเลี้ยงเครื่องยนต์ได้อย่างเพียงพอ และเป็นเหตุให้เครื่องยนต์สั่นและเดินไม่เรียบอย่างหนักที่รอบเดินเบา แต่เมื่อเขาค้นพบต้นต่อของปัญหานี้และถูกแก้ไขเรียบร้อย เครื่องยนต์ก็กลับมาเดินเรียบสนิทอย่างที่ควรจะเป็น

เครื่องยนต์ตัวนี้ยังไม่เคยถูกเอาไปทดสอบบนไดโนเลยสักครั้งตั้งแต่รีบิลด์เสร็จ แต่ Jeffrey มีความมั่นใจว่าเจ้าหกสูบเรียงตัวน่าจะมีม้าออกมาให้ใช้มากกว่า 200 ตัวอย่างแน่นอน ต้องขอบคุณเทคนิคการซ่อมในยุคใหม่และชิ้นส่วนอะไหล่ใหม่ ๆ ที่ถูกเปลี่ยนเข้าไปด้วย

เกียร์ห้าสปีดที่เอามาจากซากรถ 528 ถูกเอามาประกบเข้ากับเครื่องที่รีบิลด์ใหม่ตัวนี้ นอกจากนี้ Jeffrey ยังได้ตัดสินใจที่จะเอา LSD ใส่เข้าไปที่ด้านหลังด้วย เพลากลางที่ถูกตัดให้สั้นลงและถ่วงใหม่ถูกสั่งมาจากร้านอะไหล่เจ้าหนึ่งในเมือง Portland รัฐ Oregon

ห้องเครื่องยนต์ถูกรื้อเอาอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกจนหมดและถูกพ่นสีใหม่ “พ่อของสมสร้างชุดสายไฟเลียนแบบของเดิมขึ้นมาใหม่ เพราะของเดิมแตกกรอบไปหมดแล้ว เขาเคยทำงานเป็นช่างไฟอยู่หลายปี แต่ก็พอมีเชิงช่างทางด้านเครื่องยนต์กลไกบ้าง ดังนั้นด้วยการผสมผสานของสองทักษะนี้เข้าด้วยกันทำให้งานช่วงนี้ของโปรเจ็กต์เป็นไปอย่างราบรื่น (เช่นเดียวกับรถ BMW อีกคันหนึ่งที่เราเคยช่วยกันทำในอดีต)

PARENTAL HELP

“ผมมีความรู้สึกถึงบุญคุณของเขาเป็นอย่างมากที่เขาช่วยสอนให้ผมรู้จักการรีบิลด์เครื่องยนต์ ทักษะจากการที่ได้เคยเป็นลูกมือของเขานี้สร้างความแตกต่างให้กับการทำงานเป็นอย่างมาก และผมคิดว่ามันเป็นหัวใจสำคัญในการที่ทำให้เราแก้ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์กลไกของเจ้า CSi ได้อย่างอยู่หมัด

ในระหว่างที่งานดำเนินไปเรื่อย ๆ Jeffrey ก็เริ่มลงมือทำงานในส่วนของช่วงล่าง โดนทำการอัพเกรดเหล็กกันโคลง และใส่ค้ำโช้กเข้าไปอีกหนึ่งอัน ซึ่งทั้งสองตัวนี้สั่งซื้อมาจากร้าน Ireland Engineering ในแคลิฟอร์เนีย ช่วงล่างถูกทำให้เตี้ยลงด้วยสปริงชุดใหม่ที่ทำงานกับโช้กรุ่น heavy-duty ของ Bilstein ทั้งสี่ต้น นอกจากนี้ตัวปรับแคมเบอร์ยังถูกใส่เข้าไปที่ด้านหน้าอีกด้วย ซึ่งทำให้การขับขี่แฮนด์ลิ่งของมันดีขึ้นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ต้องขอบคุณยาง Bridgestone Potenza ขนาด 195 ที่ด้านหน้า และ 215 ที่ด้านหลังของมันด้วย นอกจากนี้ระดับรถที่เตี้ยลงยังทำให้เจ้า Coupe’ คันนี้ดูหล่อขึ้นตอนที่จอดนิ่งอีกด้วย

ในส่วนภายใน ทุกอย่างถูกทำใหม่หมดโดยไม่มีการคำนึงถึงราคา เกจ์ติดรถของเดิมจากโรงงานถูกส่งไปปรับสภาพใหม่ที่แคลิฟอร์เนียและใส่ไฟ LED เพิ่มเข้าไปอีกด้วย ส่วนนาฬิกาถูกเปลี่ยนเอาออกไปและถูกใส่แทนด้วยโวลต์มิเตอร์และเกจ์วัดแรงดันน้ำมันเครื่องอีกหนึ่งตัว นอกจากนี้คิ้วลายไม้ยังถูกถอดเอาไปปรับสภาพใหม่ และ Jeffrey ก็ตัดสินใจถอดเอาลำโพงที่ด้านบนของกรอบมาตรวัดออกอีกด้วย ถูกอย่างถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ แต่โดยรวมแล้วมันยังคงอารมณ์เดิมเหมือนออกมาจากโรงงานใหม่ ๆ เอาไว้ได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง

INTERIOR IMPROVEMENTS

เบาะแบบสปอร์ต (Scheel-Mann Traveler 2 ของ Greiner) จากเยอรมันถูกใส่เข้าไปแทน ส่วนเบาะเดิมถูกเอาไปเก็บไว้ในโรงรถ หนังแท้คุณภาพสูงสี่ผืนที่ถูกนำมาตัดเย็บหุ้มเบาะทั้งสี่ตัวซึ่งรวมไปถึงแผงข้างประตูมีราคาถึง $12,000 เลยทีเดียว นอกจากนี้นวมหุ้มคอนโซลยังถูกหุ้มใหม่ และพวงมาลัยไม้ของ Nardi หนึ่งวงถูกใส่ลงไป ซึ่งมันช่วยเสริมให้ภายในห้องโดยสารดูโดดเด่นขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว

ในปี 2009 Jeffrey ตัดสินใจที่จะเริ่มลงมือซ่อมในส่วนของตัวถัง โดยได้ทำการตรวจสอบทุกจุด และตัดเปลี่ยนชิ้นตัวถังในจุดที่เห็นว่าจำเป็น แต่โครงสร้างตัวถังยังคงแข็งแรงโดยไม่มีตรงไหนผุหนักเลย แต่ Jeferry พบว่ามีรอยสีโป๊วพอกมาอย่างหนักที่แก้มด้านหลังทั้งสองข้าง ดั้งนั้นมันจึงถูกตัดออกและของใหม่จากเยอรมันก็ถูกเบิกมาใส่เข้าไปแทน

อู่แห่งหนึ่งในเมือง Edmonton เป็นผู้ทำงานตัวถังของรถคันนี้ทั้งหมด รวมไปถึงการพ่นสี Ceylon เมทัลลิคที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน BMW บางรุ่นช่วงยุต 70’s ลงไปด้วย คิ้วตัวถังและป้ายตราต่าง ๆ ถูกเบิกมาใหม่ ยกเว้นคิ้วด้านขวาของส่วนท้ายรถ “ทุกชิ้นเป็นถูกเปลี่ยนใหม่หมดเท่าที่ผมจะหามาได้” Jeffrey กล่าว ซึ่งรวมไปถึงซีลยางของประตู, หน้าต่าง และฝาประโปรงท้ายด้วย ชิ้นต่อสปอยเลอร์หน้าถูกใส่เพิ่มเข้าไป ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จแล้วงานในส่วนของตัวถังและสีเป็นเงินถึง $30,000 เลยทีเดียว แต่ผลที่ได้ก็คือตัวถังที่ได้แนวตรง และมีผิวที่เรียบสนิท โดยมีคิ้วโครเมี่ยมครบทุกชิ้น

WHAT A SIGHT!

ผมมีความสุขที่ได้ยืนชื่นชมความสวยงามของเจ้าคูเป้พอ ๆ กับเวลาที่ไปนั่งกุมพวงมาลัยและขับมันโลดแล่นอยู่ท่ามกลางความอบอุ่นของซัมเมอร์ โดยเฉพาะในตอนเย็นในช่วงที่ตะวันเริ่มคล้อยตกดิน ภายใต้ฝากระโปรงดูเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่มีคราบสกปรกหรือคราบน้ำมันให้เห็นตรงไหนเลย Jeffrey กล่าวว่าทุกครั้งที่เขาล้างทำความสะอาดห้องเครื่องเขามักใช้ที่เป่าผมเป่าตามไปด้วยทุกครั้งเมื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่ตรงไหน ตัวเครื่องยนต์เองเดินเรียบสนิท พลางส่งเสียงครางเบา ๆ ออกมาอย่างไพเราะ

ภายในห้องโดยสารดูถูกต้องตรงตามยุคของมัน ถึงแม้ว่าเบาะจะถูกอัพเกรดใหม่ ซึ่งมันดูเป็นเบาะที่นั่งสบายและกระชับเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่อยากจะขับมันสาดเข้าไปในโค้ง คิ้วโครเมี่ยมและลายไม้ตัดกับสีทึบ ๆ ของเบาะหนังแท้ได้อย่างสวยงาม และดูลงตัวในสายตาของผม

ส่วนคิ้วภายนอกก็ตรงได้แนวทุกเส้นและสวยเป็นเงางาม รวมไปถึงชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่เป็นโครเมี่ยมด้วยซึ่งไม่เพียงแต่เงางาม แต่ยังติดได้ตรงโดยไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งรวมไปถึงตรา BMW อันสวยงามที่ล้อมเอาไว้ด้วยวงแหวนโครเมี่ยมที่ด้านข้างที่รับกับส่วนโค้งของแนวลาดของหลังคาได้อย่างลงตัว ส่วนด้านหลัง ช่องที่เก็บของก็ดูเนี๊ยบจนคุณไม่อยากจะเอาอะไรใส่ลงไปเลย

REAR EYE-CATCHER

คนที่ผ่านไปมาในขณะที่เราถ่ายภาพต่างกล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีกับ Jeffrey ในงานที่เขาทำสำเร็จลงได้ด้วยดีหลังจากที่เขาอธิบายให้คนเหล่านั้นฟังว่าเขาได้ทำอะไรลงไปกับรถคันนี้บ้าง ผู้คนต่างหันมามอง หยุดดู และตะลึงกับความสวยงามของสี Ceylon ที่หาดูได้ยากในยุคปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้คนจะตะลึงขนาดไหนถึงแม้ว่าบางคนยังไม่รู้จักว่ามันคือรถรุ่นอะไร หรือมีอายุอานามเท่าไรเลยก็ตาม ในปัจจุบัน CSi เป็นรถที่ดูโดดเด่นรุ่นหนึ่ง และผมคิดว่า Jeffrey ได้เพิ่มเสน่ห์ให้กับมันลงไปด้วยสีตัวถังที่เขาเลือก และรวมไปถึงล้อ Alpina อันสวยงามชุดนี้ด้วย

ความสูงของรถที่เตี้ยลงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มันดูสวยขึ้น แถมยังทำให้มันดูสปอร์ตขึ้นด้วยในเวลาที่จอดนิ่ง ในขณะเดียวกันก็ดูหรูหราด้วยไปในตัว งานสีอยู่ในระดับดีเยี่ยมจนผมหาจุดที่จะยกมาติไม่ได้เลยแม้แต่จุดเดียว ทุกตารางนิ้วของรถคันนี้ไม่ว่าจะส่วนบนหรือส่วนล่างถูกทำออกมาได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ ซึ่งก็ต้องให้เครดิตกับช่างที่ร่ายมนต์วิเศษลงไปบนรถคันนี้ รถของ Jeffrey คันนี้ได้กระตุ้นต่อมอยากได้ของผมขึ้นมาอย่างจริงจัง แต่ผมก็รู้ดีว่ามันเป็นรถที่หายากมากที่นี่ในแคนาดา ซึ่งน่าเสียดายที่มีพวกรุ่นปี 1970’s รอดชีวิตจากฤดูหนาวอันยาวนานของที่นี่ได้น้อยมาก

ถึงตอนนี้เจ้า Coupe’ วิ่งมาแล้ว 10,500 กิโลเมตรนับตั้งแต่ทำเครื่องยนต์มาใหม่ และในปัจจุบันเขาเอามันออกมาขับในช่วงซัมเมอร์ในวันที่อากาศดี “ผมขับมันประมาณปีละห้าเดือน” Jeffrey กล่าวพลางอมยิ้ม “ส่วนเวลานอกเหนือจากนั้นผมเก็บมันเอาไว้อย่างมิดชิดในโรงเก็บในตัวตึก” ผลงานของ Jeffrey ชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงหยาดเหงื่อแห่งความรักที่เขามีให้กับเจ้า CSi ถึงแม้ M5 เจนเนอเรชั่นแรกอีกคันของเขาจะมีมูลค่ามากกว่าเจ้า Coupe’ ก็ตาม เขาลงทุนลงแรงลงไปเป็นจำนวนมาก และสมควรที่จะได้รับคำชื่นชมจากผู้ที่ได้พบเห็น

หากเจ้า CSi คันนี้เป็นรถของผม ผมคงจะขับเชิดหน้าเล็กน้อยไปรอบ ๆ เมืองโดยจะไม่เก็บมันเอาไว้เป็นเทพธิดาเฝ้าโรงรถเป็นอันขาด “ผมขับมันถึงแม้ว่าผมมักจะไม่ค่อยเอาไปขับบนไฮเวย์ และไม่เอาไปจอดในที่ลับตาคน” เขาบอกผม “มันเป็นรถที่ขับใช้งานท่ามกลางจราจรในปัจจุบันได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ ถึงแม้ว่าผมยอมรับว่าผมต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเลือกสถานที่จอด ซึ่งผมมักจะไม่จอดติดกับรถคันอื่น บางครั้งผมก็ขับมันไปทำงาน และขากลับมันช่วยทำให้สมองของผมกลับสู่สภาพปกติได้เป็นอย่างดี!”

สมัครสมาชิกนิตยสารรายปี 6 เล่ม เพียง 1,000 บ. รับฟรี #BIMMERMEET3 T-Shirt Limited Edition มูลค่า 500 บ. คลิก bit.ly/BMWCar-Line

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *