จัดหนัก ขับจริง ! ซีรี่ส์ 3 และ X5 ใหม่ ดีจริงไหม ? (On Road, Off Road, On Track)

THE NEW DRIVE

BMW THAILAND จัดกิจกรรมทดสอบโมเดลใหม่ถึง 3 รุ่นทั้ง BMW 330i M Sport, BMW 320d Sport Line และ BMW X5 xDrive30d M Sport ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ลองขับ 3Series ใหม่ไปพร้อมกับฟีเจอร์สุดล้ำ

เริ่มต้นวันด้วยการรับบรีฟในช่วงเช้าถึงความพิเศษของโปรดักซ์ใหม่ล่าสุดของ BMW โดย คุณจอห์น กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร  BMW Group ประเทศไทย ซึ่งครั้งนี้ชูธีม ‘Hello BMW’ ที่นอกจากดีไซน์โฉบเฉี่ยวและเป็นเอกลักษณ์แล้ว ใน BMW ยุคใหม่นับจากนี้จะมาพร้อมกับ BMW Intelligent Personal Assistant ที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการใหม่ BMW Operating System 7.0 ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมรับคำสั่งจากเสียงพูดของคุณ เพื่อให้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในรถยนต์ได้อย่างครบถ้วน เพียงทักทายกับระบบด้วยคำว่า Hey BMW เพื่อเริ่มการสนทนากับรถระบบ และระบบจะประมวลผลผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยระบบนี้จะเรียนรู้บทสนทนาและพัฒนาตัวระบบอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นยิ่งใช้งานมาก ผู้ช่วยส่วนตัวนี้ก็จะรู้ใจกันมากขึ้น มันจะจดจำกิจวัตรประจำวัน และความชอบส่วนตัวของคุณ เพื่อนำมาปรับใช้และมอบความสะดวกสบายให้กับคุณ เช่น หากคุณรู้สึกว่าอุณหภูมิในรถเย็นเกินไป คุณสามารถบอกกับผู้ช่วยอัจฉริยะนี้ด้วยการออกคำสั่ง “Hey BMW , I’m Cold” ระบบก็จะทำการปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในรถให้เหมาะสม รวมถึงสามารถถามคำถามพื้นฐาน เช่นระยะทางทมี่สามารถขับไปต่อได้ด้วยระดับน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ รวมถึง สอบถามวิธีการใช้งานระบบต่าง ๆ ในรถ เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่เป็น BMW Genius เคียงข้างคุณตลอดเส้นทาง

และสำหรับ BMW รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปทั้ง  BMW 330i M Sport และ BMW X5 xDrive30d ยังมาพร้อมระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Assistant) ที่แสนสะดวกสบายและทำงานได้อย่างแม่นยำแล้ว ยังเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ด้วย ‘ระบบช่วยถอยหลัง’ (Reversing Assistant) ช่วยถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวแคบ ๆ หรือซอยตัน ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยในระยะ 50 เมตรสุดท้ายก่อนที่เราจะหยุดรถ ในขณะที่ความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสามารถเริ่มใช้งานได้โดยเข้าเกียร์ R แล้วกดปุ่ม Reversing Assistant ที่จะขึ้นบริเวณหน้าจอตรงกลาง ระบบก็จะพารถถอยรถกลับตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด  50 เมตรก่อนที่รถเข้ามาจอด โดยเรามีหน้าที่แค่คอยคุมเบรกและคันเร่งเล็กน้อยตามความเหมาะสมเท่านั้น ซึ่งเราตื่นเต้นมากที่จะได้ลองมันในวันนี้ แต่ก็แอบเสียใจที่ BMW 320d Sport Line ไม่มีออพชั่นที่กล่าวมา รวมถึงหน้าจอ OS 7.0 ที่สวยงามด้วย

ON ROAD WITH 3 SERIES

เราก็เริ่มบททดสอบกับ BMW 320d Sport Line ด้วยการวิ่งแบบจำลองการใช้งานจริง เริ่มจากสนามปทุมธานีสปีดเวย์โดยใช้เส้นทางหลวง 347 ซึ่งเมื่อดูจากสเป็คแล้วมิติที่ใหญ่กว่า F30 รุ่นก่อนในทุกด้านทำให้ไม่แปลกใจที่ภายในกว้างขวางและรู้สึกผ่อนคลายในการขับขี่ แต่ถึงจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น นำหนักตัวของมันกลับลดลงถึง 55 กิโลกรัม ทำให้ก่อนออกสู่ถนนเส้นนอกเมืองที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น ยังคงมีความคล่องแคล่ว ในการขับขี่ 320d นี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin-Power Turbo ให้กำลัง 190 แรงม้า ทันทีที่ได้เริ่มกดคันเร่งรับรู้ได้ทันทีถึงแรงบิดที่มารออยู่ใต้คันเร่งตั้งแต่รอบต่ำตั้งแต่ยังไม่ถึง 2,000 รอบต่อนาทีด้วยซ้ำ (แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที) เกียร์ Steptronic 8 Speed ที่พัฒนาใหม่นั้นทำงานได้ราบลื่นและฉลาดมาก เรียกว่าไม่ว่าคุณจะกดคันเร่งในช่วงไหน ไม่ว่าจะโหมด COMFORT หรือ SPORT เครื่องยนต์และเกียร์ชุดนี้มีแรงให้คุณเร่งแซงแบบไม่ต้องลุ้นให้หวาดเสียว

พวงมาลัยและช่วงล่างเซ็ตมาแบบกลาง ๆ เน้นหนักไปทางด้านความนุ่มนวลมากกว่า เราพบกับสภาพผิวถนนหลากหลายรูปแบบสลับกับการซ่อมถนนบางจุด แต่ช่วงล่างยังซับแรงและเก็บอาการได้อย่างดี โดยรวมมันสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบเหลือเฟือ ต้องเรียนตามตรงว่าดีเกินกว่าที่คิดว่าจะได้รับจาก 320d มาก ๆ  จนกระทั่งเมื่อถึงจุดหมายแล้วพบว่าเมื่อเข้าเกียร์ถอยแล้วมีเพียงเซนเซอร์ที่ช่วยส่งเสียงเตือนเท่านั้น หามีกล้องมองหลังไม่ แต่เอาเถอะในเมื่อรถมันขับดีขนาดนี้เราคงลืมเรื่องของกล้องหลังนี้ไปก่อน

คราวนี้เราโดดมาขึ้น BMW 330i M Sport ดูบ้าง พอดีกับที่รถคันนี้ถูกจอดเข้าช่องจอดไว้อย่างเรียบร้อย เราจึงถือโอกาสลองระบบ Reversing Assistant ที่เพียงแค่กดปุ่มตัวช่วยบนหน้าจอ ระบบก็พารถถอยไปอย่างที่คุณจอห์นบอกเราเมื่อช่วงเช้าจริง ๆ ซึ่งเราเพียงแค่คอยประคองเบรคไว้หน่อยเพื่อความปลอดภัย แล้วนั่งดูพวงมาลัยหมุนควงไปควงมาตามเส้นทางที่มันถูกขับเข้ามาก่อนหน้านี้อย่างแม่นยำ แหม่…สบายจริง ๆ

เมื่อตั้งหลักได้เราก็ออกเดินทางกันต่อกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin-Power Turbo ให้กำลัง 258 แรงม้า ด้วยโหมด COMFORT ความนุ่มนวลแทบไม่ต่างจากคัน 320d ชนิดที่ว่าถ้าไม่ได้เพิ่งเดินลงมาจากอีกคันก็แทบจะไม่รู้สึก เมื่อได้จังหวะที่ถนนโล่งเราไม่รอที่จะกดคันเร่งทันที แรงดึง 400 นิวตันเมตร อาจจะไม่หวือหวาเหมือนตัวดีเซลที่มาประเดี๋ยวประด๋าวแต่มาแบบต่อเนื่องตามสไตล์ของเครื่องยนต์เบนซิน และทันทีที่กดปุ่มเพื่อเปลี่ยนเป็นโหมดจี๊ดจ๊าดอย่าง SPORT PLUS มันดูกระฉับกระเฉงขึ้นมาในบันดล หน้าปัดที่เปลี่ยนเป็นสีแดงให้อารมณ์สปอร์ต และซุ่มเสียงที่แผดกร้าวจากท่อไอเสีย เปลี่ยนบุคคลิกของรถคันเมื่อกี้ไปเป็นคนละคัน ช่วงล่างที่กระด้างขึ้นเล็กน้อย กับพวงมาลัยที่หนืดขึ้นอีกนิด ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ความเร็วพุ่งขึ้นไปจนเกินค่าที่กฏหมายกำหนดในพริบตา พร้อมกับการชิฟท์เกียร์รัว ๆ โดยที่เราแทบไม่รู้ตัวถ้าไม่ได้ยินเสียงท่อไอเสียที่เปลี่ยนไปและเข็มวัดรอบฟาดขึ้น ๆ ลง ๆ เมื่อยกคันเร่งหมดเกียร์ชิฟท์ดาวน์ลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงครางตุบ ๆ จากท่อไอเสียทำให้มันเป็น BMW ที่เสียงไพเราะอีกรุ่นหนึ่ง

ตลอดระยะทางร่วม 80 กิโลเมตร 3 Series (G20) ทั้งสองรุ่นสามารถตอบโจทย์การใช้งานประจำวันได้แบบสบาย ๆ แต่ถ้าคุณรู้ตัวดีว่าเป็นคนชอบความเร็ว มี DNA นักแข่งอยู่ในตัว ก็ขอให้มองไปที่ 330i M Sport แล้วปล่อย 320d ไว้สำหรับคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่รักความสะดวกสบายกับอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงแบบสบายกระเป๋า

OFF ROAD WITH X5

หลังจากลิ้มลองซีดานมาดสปอร์ตไปแล้ว เราก็มาลุยกันต่อในเส้นทางออฟโรดด้วยการคว้า BMW X5 xDrive30d M Sport สี Black Sapphire ที่มาในดีไซน์เรียบหรู และตัวถังที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนในทุกด้านถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยชุดแต่ง M Sport เป็นพาหนะที่จะพาเราเดินทางไปยังเส้นทางออฟโรดที่อยู่ไม่ไกลจากสนามมากนัก ระหว่างทางสัมผัสได้ถึงความสะดวกสบายและทัศนวิสัยที่ดี ของห้องโดยสารที่มอบความรู้สึกหรูหรามีระดับ ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมกับดีไซน์ที่ไม่ว่าจะแต่งตัวใหม่ยังไงแต่ก็รู้ว่าเป็น BMW อยู่ดี มีระบบการควบคุมที่ล้ำสมัย แผงหน้าปัดดิจิทัลและจอ Control Display ที่แพรวพราว รวมถึงยังมีหลังคากระจกแบบ Panorama บานเบ้อเริ่ม โดยตัวถังที่กว้างกว่ารุ่นก่อนถึง 66 มิลลิเมตร และระยะห่างระหว่างล้อหน้าและหลังเพิ่มขึ้น 42 มิลลิเมตร ส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างขึ้น

แต่ก็ต้องยอมรับว่าทำให้ความคล่องตัวนั้นลดลงเล็กน้อยเมื่ออยู่ในเส้นทางที่มีการจราจรคับคั่งในช่วงบ่ายแบบนี้ อัตราเร่งของเครื่องดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร Twin-Power Turbo มอบกำลัง 265 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 620 นิวตันเมตร มาเร็ว เคลมเร็ว เหมาะสมกับการแบกน้ำหนักเกือบสองตันสอง แม้จะเป็นการเดินทางแบบรีบร้อนก็ยังตอบสนองได้ดี เรียกว่ากดเป็นมา เกียร์ Steptronic 8 Speed ใหม่นั้นก็ยังทำงานได้ฉับไวและฉลาด รู้ใจว่าจังหวะไหนควรชิฟท์เกียร์ขึ้นหรือลงทำให้การเดินทางไกลนั้นมั่นใจมากในจังหวะเร่งแซง ช่วงล่างในโหมด Adaptive แปรผันตามสภาพถนนและการขับขี่ ถึงจะเป็นรถสูงแต่ยังมั่นคงและมันพร้อมที่จะพาความเร็วทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแบบที่คุณไม่รู้สึกว่าเร็วเลยด้วยซ้ำ จะรู้ตัวอีกทีก็ตอนชำเลืองไปเห็นตัวเลขที่ Head-Up Display นั่นแหล่ะ

เราเริ่มเข้าสู่เส้นทางออฟโรดเพื่อทดสอบระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาให้มีการขับเคลื่อนและควบคุมการทรงตัวอย่างดีเยี่ยม ช่วงล่าง M Sport กับล้อ M Double Spoke ขนาด 22 นิ้ว ค่อย ๆ เคลื่อนตัวพาเราเข้าไปบนทางดินที่สองข้างทางปกคลุมด้วยไม้ป่านานาพรรณ ระยะห่างของใต้ท้องรถกับพื้นผิวทางที่สูงทำให้ผ่านเส้นทางนี้ไปแบบไม่ยากเย็น ผิวทางที่สลับสูงต่ำเราปล่อยให้ระบบขับเคลื่อนดำเนินไปตามระบบ ต้องยอมรับว่าส่งกำลังได้ต่อเนื่องเรื่อย ๆ ไม่กระโชกโฮกฮาก

โดยในเส้นทางที่เราไม่เคยมากับความสูงและฝากระโปรงหน้าบานใหญ่ X5 ยังมีกล้อง Surround View Camera ทำหน้าที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อีกด้วย เสียดายที่เส้นทางจำลองแห่งนี้ไม่ได้โหดแบบต้องบุกป่า ฝ่าดง จมโคลน ทำให้ xDrive ไม่ได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่ก็ทำให้รู้ว่า X5 ใหม่นี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รถยนต์ในกลุ่มนี้ ด้วยความเป็นรถ SAV ที่ขับง่ายและสามารถพาคุณผ่านทุกสภาพเส้นทางไม่ว่าจะทั้งออนโรดหรือออฟโรด ไปด้วยสมรรถนะที่เหนือระดับผสานกับการถ่ายแรงขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลพร้อมมอบความสปอร์ตและความสะดวกสบายได้ตลอดเส้นทาง

ON TRACK

กลับมาที่สนามปทุมธานีสปีดเวย์ เพื่อพบกับรถ BMW ทั้ง 3 รุ่นที่จอดเรียงรายรอการทดสอบ โดยมีทีมอินสตรัคเตอร์สายเอนเตอร์เทนคอยให้คำแนะนำขณะที่เรากำลังคะนองกับฝูงม้าคลั่งในสนามทดสอบที่ถูกเซ็ทอัพให้มีทั้งทางตรง โค้งแคบ โค้งกว้าง โค้งต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับแทร็คของสนามแข่ง

เรารู้ดีว่าเราควรเก็บการทดสอบรถที่คาดว่าจะสนุกที่สุดไว้ทีหลัง แล้วปรี่เข้าไปที่ X5 เพื่อทำการทดสอบเป็นคันแรกแบบเบา ๆ เพื่อถือเป็นการดูไลน์สนามไปในตัว การโยนตัวในโค้งมันก็จะออกอาการหน่อยตามสไตล์ของรถทรง SAV แต่ระบบ xDrive และล้อ 22 นิ้วหน้ากว้าง ยังคงช่วยให้มันเกาะถนนในโค้งได้แน่นหนึบ การเข้าโค้งต่อเนื่องด้วยความเร็วยังคงทรงตัวดีไม่มีเสียอาการ แต่ในการเลี้ยวหักหลบแบบต่อเนื่องซ้าย-ขวาในมุมแคบด้วยความเร็วแบบเต็มคันเร่ง ต้องเผื่อระยะนิดหน่อยกับรถที่น้ำหนักตัวขนาดนี้ หรือไม่งั้นก็แค่ยกคันเร่งเพื่อลดความเร็วลงหน่อย เชื่อสิมันจะว่านอนสอนง่ายขึ้นเยอะ

หลังจากนั้นเราเปลี่ยนไปขับ 320d Sport Line ต้องเรียนตามตรงว่าตำแหน่งการนั่งที่เตี้ยแบบนี้ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะกับโค้งที่รออยู่ตรงหน้า ทันทีที่กดคันเร่งมิดเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่โค้งแรกของสนาม ที่เป็นโค้งกว้างความเร็วสูง แรงบิดมีมาให้ใช้อย่างทันใจดึงแผ่นหลังของเรายึดแน่นกับเบาะในทันที เรายัดมันเข้าไปในโค้งด้วยความรู้สึกที่มั่นคงกว่าคันก่อนหน้า ทุกอย่างเป็นไปอย่างนุ่มนวล ควบคุมง่าย หลังจากทำความรู้จักกับมันสักพักก็เริ่มเพิ่มความเร็วมากขึ้นไปอีก เพื่อจะเข้าโค้งแบบโอเวอร์สปีด ดูสิคราวนี้เจ้า 320d จะรับมือกับเรายังไง คราวนี้ในโค้งแคบ ๆ เริ่มย้วย ๆ บ้างแล้ว แต่ยังทรงตัวได้ดีและมีแทรคชั่นที่ยึดเกาะโค้งได้ดีตลอด คือถึงจะยังคงฝืนเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เกินลิมิตแต่ก็ยังไปได้ด้วยระบบตัวช่วยต่าง ๆ อย่างมั่นใจ แรงบิดที่มีให้ใช้งานตลอดทำให้เร่งออกจากโค้งได้เร็ว แต่เมื่อถึงคราวต้องเบรกหนักก็ยังไว้ใจได้

สุดท้ายก็ถึงคิวของแรง 330i M Sport ช่วงล่างของ M Sport ที่ทำงานในโหมด Sport Plus นั้นทำให้โช้กอัพนั้นแข็งขึ้นเพื่อเตรียมรองรับบทโหด ส่งผลให้เลี้ยวได้คมย่างไม่น่าเชื่อ ความแรงของเครื่องยนต์เมื่อใช้รอบสูงพยายามกวาดท้ายของมันให้ออกเวลาที่เราอยู่ในโค้ง แต่เพียงแค่เริ่มส่ออาการ ระบบ DSC ก็เข้ามาสั่งการลดกำลังที่ส่งผ่านไปยังล้อคู่หลัง โดยที่เราแทบไม่ต้องแก้อาการอะไรเพียงแค่บังคับพวงมาลัยให้ตรงกับปลายโค้งที่เราต้องการไปแค่นั้นพอ มั่นใจได้เลยว่าใครก็ตามก็สามารถขับ 330i M Sport ในแทร็คได้แบบมือโปร เพราะมันถูกเซ็ทให้การขับขี่นั้นง่ายขึ้น แถมยังเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยเสียงท่อไอเสียที่เร้าใจ และครางในทุกจังหวะการเปลี่ยนเกียร์

เมื่อถึงจังหวะต้องเบรกหนัก ๆ ก่อนเข้าโค้ง น้ำหนักที่ตอบสนองมายังแป้นเบรกจัดว่าดีเลย จะรู้สึกว่าต้องออกแรงมากหน่อยแต่ให้ฟีลเรซซิ่งดี ความเร็วถูกลดลงอย่างรวดเร็ว มันต่างจากเบรกของตัว 320d ที่ออกแนวนุ่มนวลเน้นใช้งานอย่างเห็นได้ชัด ต้องยกนิ้วให้ชุดเบรก M Sport ที่ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 330i M Sport สุดท้ายต้องบอกเลยว่ามันเป็นรถแรงที่ขับดี และควบคุมง่ายจริง ๆ แถมยังใช้งานได้ในทุกวันด้วยความสะดวกสบาย และความปลอดภัยชั้นเลิศแล้วแบบนี้คุณจะไม่รักมันอีกหรือ?

การทดสอบสมรรถนะในการขับขี่ไปพร้อม ๆ กับระบบอัจฉริยะของ BMW ในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในการสร้างประสบการณ์การขับขี่อันเหนือระดับในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ซึ่งราคาจำหน่ายของ BMW 320d Sport Line เคาะมาที่ 2,959,000 บาทและ BMW 330i M Sport นั้นอยู่ที่ 3,359,000 บาท ส่วน BMW X5 xDrive30d M Sport จะอยู่ที่ 5,699,000 ซึ่งราคาดังกล่าวมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard

#BMWCarMagazineTH #BMWTH

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *