BMW G20 (Seventh Generation) 2018 DNA จากสนามแข่งที่ถ่ายทอดมาในทุกยุค

BMW G20 (Seventh Generation) 2018

สำหรับน้องคนสุดท้องอย่าง BMW 3 Series ใหม่นั้นมาในรหัสตัวถัง (G20) ที่ถูกออกแบบให้โฉบเฉี่ยวมากขึ้น เส้นสายใหม่บนฝากระโปรงทำให้ดูเฉียบคมขึ้น ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่ฉีกกรอบเดิม ๆ ไปให้เรียวยิ่งขึ้น พร้อม Adaptive LED อัจฉริยะ ที่เชื่อมต่อกับกระจังหน้าขนาดใหญ่มีระบบเปิดปิดช่องลมเหมือนกับที่เคยมีในรุ่นใหญ่อย่าง 5 และ 7 Series รุ่นก่อน กรอบกระจกดีไซน์ใหม่ที่ยังคงเสาซี Hofmeister Kink อันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ BMW ที่ยังคงอยู่ชัดเจน ไฟท้าย LED ในรูปตัวแอล ที่ BMW พยายามทำให้มันเป็นบริบทของ BMW รุ่นต่อ ๆ ไปจากนี้ ทำให้มุมมองด้านท้ายดูดุดันยิ่งขึ้น โดยเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนมีการขยายฐานล้อเพิ่ม นอกจากทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น มันยังทำให้มั่นคงมากขึ้น และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 และมีน้ำหนักตัวที่ลดลงไปกว่า 55 กิโลกรัม จากการใช้อลูมิเนียมในส่วนต่าง ๆ และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงกว่าเดิม  ซึ่งแน่นอนมันมีผลต่อการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

ห้องโดยสารที่เป็นรูปแบบของ BMW ยุคใหม่ ดึงดูดสายตาเราด้วยความทันสมัยจากมาตรวัดความเร็วดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว และ Head-Up Display ตรงกลางที่มาพร้อมจอภาพ 10.25 นิ้ว และระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 หรือที่เรียกกันว่า iD7 (iDrive 7.0) ควบคุมผ่านปุ่ม iDrive ที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบายเช่นเคย ระบบเครื่องเสียงจัดใหญ่ด้วยชุดลำโพง Harman/Kardon ทั้งหมด 16 ตัว มอบความสุนทรียภาพกับทุกมิติเสียงอย่างครบครันเหมือนนั่งอยู่ในโรงละคร การเชื่อมต่อและชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายยังเป็นเรื่องพื้นฐาน และนอกจาก Ambient Light ที่ปรับได้ 6 สี เพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความอบอุ่นและผ่อนคลายแล้วยังเพิ่ม Welcome Light ที่พื้นใต้ประตูรถตอนเปิดประตูอีกด้วย และข่าวดีสำหรับคนชอบความอเนกประสงค์ ตอนนี้เบาะนั่งตอนหลังของ BMW 3Series ใหม่ นอกจากมาพร้อมพักแขนและที่วางแก้วแล้ว ยังสามารถ ‘พับลง’ ได้แล้ว โดยสามารถปรับแยก 40:20:40 เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานระหว่างการโดยสารและการขนสัมภาระ

โดย 3 Series (G20) ตอนนี้ทำตลาดในประเทศไทยด้วยสองรุ่นหลัก คือรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ‘320d Sport Line’ โดดเด่นด้วยกันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ที่มีช่องดักลมด้านข้างรูปตัว T ที่ตกแต่งด้วยสีดำเงา BMW Individual high-gloss Shadow Line เช่นเดียวกับขอบกระจกและครีบในกระจังหน้า ล้ออัลลอย V Spoke ขนาด 18 นิ้ว กับการตกแต่งภายในด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect

และแน่นอนว่าไม่ลืมรุ่นเครื่องยนต์เบนซินเวอร์ชั่นสปอร์ตที่มาเป็นพระเอกของเราในครั้งนี้อย่าง ‘330i M Sport Package’ ที่มาตอกย้ำคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics ที่ประกอบไปด้วยกันชนหน้า กาบข้าง และกันชนหลังสีเดียวกับตัวรถพร้อมดิฟฟิวเซอร์สี Dark Shadow Metallic กับล้ออัลลอย M Double-Spoke 790 M สี Bi-colour Orbit Grey ขนาด 18 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์ M สีน้ำเงิน ช่วงล่าง M Sport ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Tetragon พร้อมแถบโครเมี่ยม พวงมาลัย M หนัง Walknappa กาบบันได แป้นเหยียบ พรมพื้น แผงหน้าปัดและหน้าจอประดับด้วยสัญลักษณ์ M ที่คอยย้ำเตือนตลอดระยะเวลาที่อยู่บนรถคันนี้ถึงสมรรถนะที่ซุกซ่อนอยู่

วันนี้เครื่องยนต์ BMW ยุคใหม่ ได้รับอานิสงค์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ภายใต้คอนเซ็ปท์ BMW Efficient Dynamics ที่เป็นปัจจัยชี้ขาดในการออกแบบเพื่อให้ได้มาซึ่งสุดยอดคุณภาพในการขับขี่ควบคู่ไปกับการลดการใช้ปริมาณเชื้อเพลิง และการปล่อยไอเสีย โดยในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1750-2500 รอบต่อนาที ที่สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.8 วินาที กับความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินนั้นก็เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร สร้างแรงม้าสูงสุด 258 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1550-4400 รอบต่อนาที  กับฝีเท้าที่จัดจ้านด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.8 วินาที โดยมีความเร็วปลายสูงสุดที่โรงงานเคลมไว้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทั้งสองรุ่นมีระบบ Driving Experience Control ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ทั้งในโหมด ECO PRO, COMFORT, SPORT

ระบบอำนวยความสะดวกอย่างระบบ Parking Assistant ที่ช่วยนำรถเข้าช่องจอดอัตโนมัติถูกพัฒนาเพิ่มระบบช่วยถอยหลังเข้ามาด้วย และยังมีอีกฟีเจอร์ที่มาใหม่ และต้องบอกว่าเด็ดจริง ๆ สำหรับ BMW Intelligent Personal Assistant ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยที่จะคอยช่วยเหลือคุณในแต่ละวัน รวมถึงให้คำแนะต่าง ๆ นำเกี่ยวกับรถ ผ่านระบบ Ai หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถจะเรียนรู้พฤติกรรมและอัพเดทตัวเองอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญรองรับภาษาไทยได้ด้วย ! โดยคุณสามารถกำหนดคำพูดที่ต้องการเปิดใช้งานระบบนี้ได้ด้วยตัวเองอีกด้วย สำหรับค่าเริ่มต้นจากโรงงานเราสามารถเริ่มการสนทนาจากคำสั่ง Hey! BMW…ก็สามารถพูดคุยกับผู้ช่วยอัจฉริยะในรถคันนี้เพื่อทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราพูดว่า “Hey! BMW ฉันหนาวจังเลย” ระบบก็จะสั่งการลดอุณหภูมิของแอร์ลงอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นอีกเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ BMW จัดมาให้กับ 3 Series เพื่อให้มันคือที่สุดของเซ็กเมนต์จริง ๆ

โดยราคาจำหน่ายของ ‘320d Sport Line’ อยู่ที่ 2,959,000 บาท แต่ถ้าคุณรักและชอบใน ‘330i M Sport’ ก็ควักกระเป๋าเพิ่มอีกสี่แสนบาทเป็น 3,359,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวของทั้งสองรุ่นมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard

การเปิดตัว 3 Series ในปี 1975 นั้นเป็นตัวละครต้นแบบของจุดเริ่มต้นเรื่องราวความสำเร็จของรถเก๋งขนาดกลางที่สปอร์ตและทันสมัย อันเปรียบเสมือนเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ค่ายใบพัดฟ้าขาวนี้ ซึ่งในแต่ละเจนเนอเรชั่นมักจะรวมสุดยอดแห่งความเป็นที่สุดในช่วงเวลานั้น เพื่อทำให้มันเป็น “Amazing Car” สำหรับแฟน ๆ เสมอมา

3 Series ได้สร้างตัวตนที่สำคัญตั้งแต่วันแรกที่ถูกผลิตขึ้นมา มันถูกเล่าขานถึงความคล่องแคล่วที่มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยบอดี้ที่กะทัดรัดบนดีไซน์ที่เรียบง่ายหรูหรา รวมถึง DNA จากสนามแข่งที่ถ่ายทอดมาในทุกยุคทุกสมัย การกระจายน้ำหนักที่สมดุล เครื่องยนต์สมรรถนะสูง กับช่วงล่างแบบสปอร์ตที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ เป็นมาตรฐานที่ถูกส่งต่อไปแบบรุ่นสู่รุ่น ที่ทุกคนสามารถสนุกไปกับการขับขี่ใช้งานในทุกวัน โดยความสำเร็จนี้ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมมีผู้ซื้อมากกว่า 14 ล้านคนในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก เลือกใช้ BMW 3Series

BMWCar Magazine Thailand Issue 51, May-June 2019

สมัครสมาชิกนิตยสารรายปี 6 เล่ม เพียง 1,000 บ. รับฟรี #BIMMERMEET3 T-Shirt Limited Edition มูลค่า 500 บ. คลิก bit.ly/BMWCar-Line

#BMWCarMagazineTH #BMWTH

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *