BMW X7 รถที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ BMW เคยผลิตมา

THE  X7

และในปี 2019 BMW ก็ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถเอนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยมในตระกูล X-Series อีกครั้งด้วยการเปิดตัว BMW X7 ซึ่งวางโพสิชั่นให้เป็นพี่ใหญ่ในเซ็กเมนต์ ด้วยขนาดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมากับความยาวถึง 5,151 มิลลิเมตร และกว้าง 2,000 มิลลิเมตร มาในดีไซน์ที่หรูหรา แต่แอบแฝงด้วยความแข็งแกร่งทรงพลัง ห้องโดยสารที่ล้ำสมัยอย่างเหนือชั้น ซึ่งความท้าทายของ BMW คือการแข่งขันระหว่างดีไซเนอร์หลายสิบคน ที่ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ในการออกแบบรถรุ่นใหม่นี้ เพื่อคัดเลือกจนเหลือเพียง 3 ดีไซเนอร์ ที่จะมาทำงานร่วมกันในโปรเจ็กต์ จนได้ลายเส้นที่ถูกใจหัวหน้าโปรเจ็กต์จากสามมุมโลก ทั้งจากในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี, ลอสแองเจอลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา และ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

BMW ต้องระดมทีมดีไซเนอร์กว่า 700 ชีวิต และใช้เวลาอยู่ 3-4 ปี โดยหัวใจของ X7 คือการผสมผสานความหรูหราเหนือระดับของ BMW 7 Series เข้ากับความคล่องตัวของรถ SAV อย่างสมบูรณ์แบบ ที่สามารถจับต้องและใช้งานได้จริง โดยยังไว้ซึ่งอารมณ์ ความรู้สึก และคาแร็คเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW

เห็นได้ชัดว่าตัวถังมันถูกเหลามาจากรถคอนเซ็ปท์ BMW X7 iPerformance ที่เคยมาอวดโฉมในเมืองไทยเมื่อปีที่แล้ว ด้วยดีไซน์ใหม่ที่มีเส้นสายเรียบง่าย เฉียบคม แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความทรงพลัง เห็นได้จากจุดที่โดดเด่นที่สุดของ X7 ซึ่งก็คือกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ และช่องดักลมในแนวตั้ง ตัดกับไฟหน้าที่เรียวยาว ฉีกกรอบความเป็น BMW รุ่นที่ผ่านมา

ด้านข้างตัวรถนอกจากกระจกบานใหญ่ที่ดูโปร่งสบายแล้วมีเพียงเส้นเดียวที่ลากยาวตั้งแต่หน้ารถไปจรดท้าย ประกาศถึงความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง อันเป็นปรัชญาใหม่ในการดีไซน์ของ BMW และคันนี้เป็นรุ่น M50d M Performance ที่ถือว่าเป็นตัวท็อปสุดในไลน์อัพการผลิต ที่ตกแต่งกันชนหน้า หลัง บันไดข้าง สีเดียวกับตัวรถ พร้อมล้อ M Sport ขนาด 22 นิ้ว

ด้านภายในกว้างขวางและสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ระบบแอร์ออโต้แบ่งช่วงการควบคุมครบทุกโซนในรถ มีการตกแต่งด้วย Crafted Clatity มอบความหรูหราจากแสงสะท้อนบนวัสดุตกผลึก ที่ใช้ทำเป็นหัวเกียร์ ปุ่ม iDrive ปุ่ม Start/Stop และปุ่ม Volume ของเครื่องเสียง

นอกจากนี้ BMW X7 ยังโดดเด่นในเรื่องของการใช้แสงมาช่วยเพิ่มความหรูหราสง่างาม ทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็น หลังคาแก้วแบบ Sky Lounge ให้รู้สึกถึงความกว้างขวางที่แบ่งเป็นสามตอนพร้อมม่านบังแสง และชุดไฟ ambient light ที่สามารถปรับได้ 6 สี เพื่อเพิ่มสุนทรียภาพให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะนั่งสามแถว ปรับไฟฟ้าทุกตัวรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ซึ่งสามารถโดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง มากไปกว่านั้นยังสามารถปรับพับเบาะสองตอนหลังให้ราบเรียบเพื่อการขนสัมภาระเพียงแค่กดปุ่มที่อยู่ในช่องเก็บสัมภาระด้านท้าย

รถคันนี้เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความกว้างขวางมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในการขับขี่ มาพร้อมความคล่องตัวและพละกำลัง จากเครื่องยนต์ดีเซลหกสูบ 3.0 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่สำหรับ M50d M Performance ที่ใช้เทอร์โบชาร์จถึง “4 ลูก” โดยสองลูกทำงานในช่วงรอบต่ำ และอีกสองลูกทำงานช่วงความเร็วสูง ส่งผลให้มีพละกำลังถึง 400 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที กับแรงบิด 760 นิวตันเมตรที่มีมาให้ใช้งานตั้งแต่ 2,000-3,000 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับเกียร์ 8 สปีด ประสิทธิภาพของ X7 M50d สามารถเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.4 วินาที

ทั้งหมดเป็นการออกแบบที่สมบูรณ์แบบลงตัว ทั้งภายนอกภายในกับระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีต่าง ๆ ในดีไซน์ที่สามารถก้าวข้ามผ่านเวลาและคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW โดยราคาจำหน่ายของพ่อบ้านที่แอบดุอย่าง BMW X7 M50d M Performance นั้นอยู่ที่ 8,999,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI STANDARD

BMWCar Magazine Thailand Issue 51, May-June 2019

สมัครสมาชิกนิตยสารรายปี 6 เล่ม เพียง 1,000 บ. รับฟรี #BIMMERMEET3 T-Shirt Limited Edition มูลค่า 500 บ. คลิก bit.ly/BMWCar-Line

#BMWCarMagazineTH #BMWTH

     

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *