BMW Z4 M40i อสูรกายสุดเร่าร้อนที่อำพรางกายด้วยรูปลักษณ์สุภาพเรียบร้อย

หากปลายทางความต้องการของคุณคือการได้เป็นเจ้าของรถที่มีคาแร็กเตอร์ขับฉุยฉายไปสะกดทุกสายตาได้ในทุกงานสังคมและพร้อมจะประเคนความแรงในทันทีที่สวนคันเร่งลงไป เราไม่อยากให้คุณพลาดในการทำความรู้จักกับ BMW Z4 M40i

หลังจากทิ้งช่วงจากเจเนอเรชั่นก่อนถึง 9 ปี ก็ถึงเวลาที่โปรเจ็กต์ Z4 ดำเนินมาจนถึงรุ่นที่ 3 พร้อมกับการเปลี่ยนรหัสตัวถังจาก รหัส E มาเป็น G ตามแนวทางของ BMW ยุคใหม่ ซึ่งเราอมยิ้มรอมาตั้งแต่ทันทีที่รู้ข่าวว่า Z4 กำลังจะกลับมาพร้อมหลังคาผ้าใบอีกครั้ง หลังจากที่รุ่นก่อน (E89) หันไปใช้หลังคาแข็งเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า เรารู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมันมาบ้าง โดยมิติของมันใหญ่กว่ารุ่นก่อนในทุกด้าน โดยยาวขึ้น 85 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 74 มิลลิเมตร แต่ฐานล้อสั้นลง 26 มิลลิเมตร และสถาปัตยกรรมแบบใหม่ด้วยกระจังหน้าไตคู่ที่เคยเป็นซี่ ถูกออกแบบใหม่ให้เป็นลวดลายแบบตะแกรงชิ้นใหญ่ที่แคบและกว้าง (มาก) ขนาบข้างด้วยไฟหน้าแบบใหม่ที่ทอดยาวขึ้นไปตามแนวฝากระโปรงมากขึ้น หลังซุ้มล้อหน้ามี Air Breather ขนาดใหญ่ที่ทำให้มันดูสปอร์ต ไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ L-Shape ที่ต่อจากนี้ไปเราจะเห็นมันในรถ BMW ทุกรุ่น แต่ตอนนี้สิ่งที่เราอยากรู้คือ มันขับดีไหม ?

ความพิเศษของวันนี้มันคือวันที่ต้องเดินทางไกลอีกครั้งด้วย Z4 ตัวใหม่ล่าสุดกับสีพิเศษ Frozen Grey II metallic ที่มีเฉพาะตัวท็อปอย่าง M40i เท่านั้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาอย่างแรกที่ ต้องชื่นชมคือพื้นที่ภายในห้องโดยสารถูกขยายมากขึ้นพอสมควร และการจัดวางอุปกรณ์ใหม่ ทำให้รู้สึกดีกว่า Z4 รุ่นก่อนอยู่ไม่น้อย ทันทีที่หย่อนตัวลงไปอยู่หลังพวงมาลัยก็สัมผัสได้ถึงความเป็น Roaster ด้วยช่วงหน้าที่ยาวแตกต่าง จาก BMW รุ่นอื่น ๆ ที่เคยสัมผัสมาอย่างสิ้นเชิง

เบาะนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำและง่ายต่อการทำตัวให้คุ้นเคยกับอุปกรณ์รอบตัวที่สวยงามและใช้งานง่าย แต่ถึงภายนอกมันจะถูกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแต่ยังไงซะเราก็ยังคงรับรู้ได้ว่านั่งอยู่ในรถ BMW เพราะคอนโซลและอุปกรณ์ต่าง ๆ มัน ก็มีการออกแบบที่บิดเบี้ยวไปจาก 3 Series หรือแม้กระทั่ง X5 ไปนิดเดียว

และแน่นอนว่าทุกครั้งที่ BMW จะออกรถรุ่นใหม่มาแต่ละรุ่นนั้น ย่อมไม่ปล่อยให้มันเรียบเฉยเหมือนรุ่นก่อน ในรุ่นนี้ก็มีระบบปฏิบัติการ BMW Operating System (OS 7.0) เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รองรับภาษาไทย ประกอบไปด้วยหน้าจอ แสดงผล 10.25 นิ้ว หน้าจอ Head-Up Display แบบสี และส่วนของ Control Display ที่เป็นระบบสัมผัสก็พกฟังก์ชั่นต่าง ๆ มามากมาย อย่างเช่น ระบบช่วยจอดพร้อมกล้องรอบคัน และมีฟีเจอร์น่าสนใจอีกอย่างที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาใน BMW รุ่นล่าสุดเพียงไม่กี่รุ่น ก็คือระบบช่วยถอยหลัง ที่จะจดจำเส้นทางและองศาการเลี้ยวของพวงมาลัย 50 เมตรสุดท้ายก่อนที่รถจะหยุด และเพียงแค่ใส่เกียร์ถอยแล้วกดปุ่มช่วยถอยบนหน้าจอ รถก็จะทำการถอยย้อนเส้นทางเดิมกลับมายัง 50 เมตรสุดท้ายก่อนที่เราเข้าไปจอด ซึ่งระบบนี้ช่วยในเรื่องของความสะดวกสบายมากจริง ๆ

เราขับออกไปด้วยความเร็วไม่มาก พื้นถนนที่เปียกโชกระหว่างทางเป็นผลจากฝนเมื่อคืนก่อน พูดอีกอย่างก็เหมือนจะเป็นฝันร้ายของการขับทดสอบในวันนี้ แต่ก็โชคดีที่เริ่มแห้งบ้างในบางจุดแล้ว เพียงระยะสั้น ๆ ก็รับรู้ได้ทันทีว่าเครื่องยนต์ยุคใหม่หลังจากที่ซุ่มพัฒนาอยู่ 9 ปีนับจากรุ่นก่อนนั้นทำงานได้ลื่นไหลกว่ารุ่นก่อนมาก น้ำหนักตัวตันครึ่งกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร รหัส B58 มันถูกพัฒนาขึ้นมาจากเครื่อง N55 ด้วยการบูสต์เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทำกำลังอัดจาก 10.2 : 1 เป็น 11.0 :1 ระบบเทอร์โบชาร์จยังคงเป็น Twin-Power Turbo ที่ใช้เทอร์โบลูกเดียวแบบ Twin Scroll ให้กำลังสูงถึง 340 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-4,500 รอบต่อนาที ให้การควบคุมที่คล่องแคล่วและว่องไวดั่งใจฝัน

ระบบเกียร์ใหม่ Steptronic 8 Speed ขยับขยายอัตราทดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทำงานได้อย่างชาญฉลาดที่จะคอยชิฟท์เกียร์ลงต่ำเพื่อเรียกแรงบิดในโหมด SPORT ตลอดเวลาทำให้การใช้งานในเมืองแอบลำบากเหมือนม้าที่คอยจะพยศตลอดเวลาที่คุณจะควบมันไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวลเพียงใดแต่ก็จะคอยแต่กระโจนออกไปทุกที แต่เมื่อออกตัวไปแล้วการเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละครั้งแทบไม่มีอะไรให้สังเกตนอกจากเข็มวัดรอบกับสุ้มเสียงของท่อไอเสียที่พูดได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ BMW ที่มีเสียงท่อไอเสียไพเราะที่สุด เสียงที่ดังกังวานในรอบต่ำ และการระเบิดเล็ก ๆ ในท่อตอนยกคันเร่งหรือเปลี่ยนเกียร์ในโหมด SPORT จะช่วยปลุก DNA ที่เร่าร้อนในตัวคุณออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย 

สิ่งที่น่าทึ่งคือมันยังให้ความรู้สึกเฟิร์มเหมือนรถสปอร์ตหลังคาแข็งปกติ ผิดไปจากรถหลังคาผ้าใบรุ่นอื่น มีการจัดการเสียงรบกวนของลมที่วิ่งมาปะทะได้ดีมาก ห้องโดยสารยังคงเงียบเชียบในขณะที่วิ่งแหวกอากาศไปด้วยความเร็วสูง แต่แปลกที่ตอนจอดยังพอได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ที่จอดติดไฟแดงอยู่ข้างกันพูดคุยถึงเรื่องในครอบครัว หลังคาผ้าใบสีดำที่ทำงานด้วยระบบ ไฟฟ้าเปิด-ปิดได้ภายใน 10 วินาทีจากปุ่มที่คอนโซลกลาง และในขณะที่รถวิ่งก็สามารถ เปิด-ปิดได้เช่นกันภายใต้เงื่อนไขที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อถูกเปิดออกมันก็กลายเป็นรถสปอร์ตที่รูปทรงเพรียวลมและถึงแม้ว่ามันจะสวยที่สุดตอนที่หลังคาผ้าใบสีดำที่ปกคลุมห้องโดยสารนั้นถูกเปิดออก กระจกถูกลดลงจนสุด รวมถึงถอดแผ่นกันลมที่อยู่ระหว่างหัวหมอนออก แต่การวิ่งด้วยความเร็วระดับเลขสามหลัก ลมก็จะเข้ามาปะทะทรงผมที่คุณเซตมาอย่างดีจากทุกทิศทาง ดังนั้น การปิดกระจกและใส่แผ่นกันลมจะช่วยแก้ปัญหาตรงจุดนี้ได้อย่างดี

โดยในรุ่น M40i นี้ ถือเป็นท็อปสุดในรุ่นจะพิเศษด้วยชุดช่วงล่าง Adaptive M Sport เบรก M Sport และเฟืองท้าย M Sport Differential ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อย่างมาก การกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ทำให้เข้าโค้งไปได้เหมือนแผ่นกระดาน และสามารถออกจากโค้งไปได้อย่างเร็วจี๋ คุณสามารถรับรู้ได้ถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่พยายามอำพรางสัญชาตญาณดิบของมันไว้ แต่แรงบิดที่มหาศาลก็ยังจ้องที่จะแสดงแสนยานุภาพจนบางครั้งคุณอาจจะอยากได้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive มาเติมเต็ม แต่คงมีเจ้าของ Z4 เพียงไม่กี่คนที่ต้องการกดคันเร่งจมตอนออกจากยูเทิร์น หรือไม่งั้นเขาก็คงอาจมีเหตุผลบางประการที่ต้องการระบบขับสี่เช่นบ้านตั้งอยู่บนภูเขาน้ำแข็งอะไรทำนองนั้น และเชื่อว่าถ้าปิดระบบช่วยเหลือมันพร้อมที่จะพาดริฟต์ไปอย่างสวยงามจนกว่ายางจะหมดด้วยกำลังที่มีอยู่แบบเหลือ ๆ 

ภาพรวมของ BMW Z4 M40i มันคืออสูรกายเร่าร้อนที่อำพรางกายไว้ด้วยรูปลักษณ์ที่สุภาพเรียบร้อย ภายใต้ราคาจำหน่าย 4,999,000 บาท แต่ก็มีรุ่นกระตุ้นยอดขายด้วยราคาถูกกว่าอย่าง sDrive30i ที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร ที่เหมาะกับการจ่ายตลาดเสียมากกว่า รวมถึงการไร้ซึ่งอุปกรณ์เพื่อความสวยงามและอุปกรณ์เพิ่มสมรรถนะอีกหลายชิ้น ซึ่งทำให้ราคามันถูกกว่ากันอยู่ล้านบาท แต่ไม่ว่าคุณจะซื้อ M40i หรือ sDrive 30i คุณก็จะได้รถที่มีหน้าตาหล่อเหลาล้ำอนาคต ที่สำคัญมันเร็วขึ้นและ เงียบขึ้นมากกว่าเดิม ขับใช้งานได้ในทุกวันได้ดีกว่าที่เคย และจะให้ประสบการณ์การขับที่ดีและทำให้คุณมีสุนทรียภาพในการขับขี่แบบอนาคตตามปรัชญาของ Z ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรกอย่างถ่องแท้ แต่มั่นใจได้ว่าถ้าคุณได้ลองขับ M40i สักครั้ง จะลืมนึกถึงอีกรุ่นที่อยู่เคียงข้างกันด้วย ราคาที่ต่ำกว่าในใบเสนอราคาไปเลย

BMWCar Magazine Thailand Issue 53, September-October 2019

สมัครสมาชิกนิตยสารรายปี 6 เล่ม เพียง 1,000 บ. รับฟรี #BIMMERRACE T-Shirt Limited Edition มูลค่า 500 บ. คลิก bit.ly/BMWCar-Line

#BMWCarMagazineTH #BMWTH

 

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *