100 Years of BMW Interior

การผลิตรถยนต์หนึ่งคันนั้นมีหลายองค์ประกอบของชิ้นส่วนมาก กว่าจะมารวมกันเป็นรถหนึ่งคัน แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานมักจะได้เห็นหรือสัมผัสมากที่สุดนั้นกลับไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถ เพราะจริง ๆ แล้วเรามักจะได้เห็นคอนโซลภายในและใช้เวลาในรถมากกว่า วันนี้จะพาทุกคนไปชมสิ่งที่เปลี่ยนแปลงภายในรถ BMW ในระยะเวลาเกือบหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา จนมาถึงแนวคิดการตกแต่งภายในและการออกแบบใหม่ล่าสุดใน BMW iX

จุดเริ่มต้นเป็นที่ไม่แน่ชัดมาก แต่สำหรับการเริ่มต้นของ BMW นั้นเกิดขึ้นในปี 1929 ที่ได้เดินสายการผลิต BMW 3/15 ตามการออกแบบฉบับของยุคนั้น มีแนวคิดที่เรียบง่าย ประกอบไปด้วยพวงมาลัยที่โดดเด่นขนาดใหญ่ ครอบคลุมมุมมองของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ แผงหน้าปัดที่เรียบง่าย เรียกได้ว่าในส่วนแดชบอร์ดมีปุ่มและหน้าปัดเพียงไม่กีชิ้น

ในปี 1972 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อ BMW ได้ผลิต BMW Turbo ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคลาสสิกอย่างแท้จริง ซึ่งภาพลักษณ์ของ BMW ในตอนนั้นถือได้ว่าเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียมและสปอร์ต ซึ่งสามารถดูได้จากชุดแผงหน้าปัดที่ได้มีการขยับมาให้ผู้ขับได้มองเห็นได้อย่างชัดเจน รูปลักษณ์เหมือนค็อกพิทนักบิน “การออกแบบต่าง ๆ ในส่วนของแผงหน้าปัดนั้น เราได้คำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก การออกแบบทุกชิ้นส่วน ความสวยงาม รวมถึงการตอบสนองกับผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การควบคุมที่สมบูรณ์ และแน่นอน ความสุขที่พวกเขามองหาเมื่อขับขี่ BMW สิ่งนี้ เองทำให้เราพิเศษ” Felix Staudacher หัวหน้าฝ่ายออกแบบ UI ของ BMW Group กล่าว

ในที่สุด BMW ก็โชว์ความล้ำสมัยไปอีกขั้น ในปี 1994 เจ้า BMW 7 Series E38 ที่เปิดเปิดตัวเป็นรุ่นที่สามของปีนั้น ได้ก้าวไปอีกขั้น โดยได้รวบรวมทุกสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องการไว้ในที่เดียวเพียงปลายนิ้วสัมผัส การเปิดตัวปุ่มต่าง ๆ บนพวงมาลัยในรถยนต์ BMW 7 Series รุ่นเรือธงปี 1994 ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ความบันเทิงไปจนถึงการโทร ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ การสลับระหว่างโหมดการขับขี่ และตัวเลือกที่สามารถปรับแต่งได้อีกมากมาย ที่สำคัญ BMW 7 Series รุ่นเรือธงปี 1994 ยังเป็น BMW รุ่นแรกที่มีระบบ “Dreh-Druckknopf” ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ iDrive Controller ตอกย้ำแนวคิดด้านการออกแบบภายในรถ ที่ให้ความสำคัญกับการให้คนขับได้มีสมาธิในการขับ สายตามองถนนมืออยู่บนพวงมาลัย โดยมีสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจหรือทำให้เสียสมาธิน้อยที่สุด

การตอกย้ำด้านผู้นำทางเทคโนโลยีของ BMW ยังดำเนินต่อไปและก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 2001 เมื่อทาง BMW ได้มีการเพิ่มสิ่งที่สำคัญล้ำยุคอย่างการควบคุมด้วยเสียง เข้าไปในเจ้า BMW 7 Series E65 ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ BMW สามารถสื่อสารได้อย่างง่ายดายโดยที่ไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน เช่น การป้อนข้อมูลการนำทางโดยไม่ต้องมองลงไปที่ปุ่มควบคุมบนแผงหน้าปัดเลย  ด้วย iDrive ใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ด้วย โมเดลนี้ยังเป็นรถรุ่นแรกในโลกที่นำหลักการยศาสตร์ (ergonomic) มาใช้ในการออกแบบ

เมื่อนำนวัตกรรมยานยนต์ใหม่อย่าง iDrive Controller มาปรับอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ทำให้สามารถชดเชยความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของระบบปฏิบัติการรถยนต์สมัยใหม่ มันใช้งานง่าย ถูกหลักสรีรศาสตร์  เมื่อไม่ต้องยึดติดกับการใช้เกียร์แบบเดิม ๆ  ดีไซเนอร์ก็มีอิสระในการออกแบบภายในมากขึ้น คอนโซลกลางแบบคลาสสิกที่ออกแบบโดยใช้รูปลักษณ์เหมือนค็อกพิทนักบินที่เกิดขึ้นใน BMW Turbo หายไป  “มันเปิดกว้าง” มากขึ้น ทำให้แผงหน้าปัดและภายในของ BMW ทั้งคันดูหรูหราและกว้างขวางยิ่งขึ้นและเป็นโอกาสให้ได้เน้นย้ำความหรูหราและกว้างขวางของห้องโดยสาร

2 ปีที่หายไป  BMW ได้ทำการพัฒนาระบบ head-up display โดยในปี 2003 ก็มีการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในรถ  BMW 5 Series E60 Sascha Kalus หัวหน้าฝ่ายออกแบบ UX/UI ขั้นสูงของ BMW Group กล่าวว่า “การเพิ่ม head-up display ซึ่งรองรับโดยการควบคุมด้วยเสียง นั่นหมายความว่าเราได้ขยายทางเลือกให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมได้ “เราแสดงให้เห็นว่า BMW มีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ คุณอาจไม่ต้องการทุกอย่างตลอดเวลา แต่คุณสามารถเลือกได้หากต้องการ เราได้มอบโอกาส และประสบการณ์ให้แก่ผู้ขับ”

BMW มุ่งพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อมุ่งหวังที่จะมอบประสบการ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้ และในปี 2018 BMW ได้ก้าวสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริงกับ BMW Live Cockpit ระบบปฏิบัติการ BMW 7 และ BMW Intelligent Personal Assistant ที่ให้ผู้ขับขี่และ AI เป็นเพื่อนร่วมทาง ซึ่งช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ผ่านคำสั่งเสียงที่ใช้งานง่าย และสามารถเข้าถึงได้โดยตรงจากสมาร์ทโฟนใน My BMW App การเปลี่ยนมาตรวัดแบบแอนะล็อกเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีการแสดงผลแบบดิจิทัลที่ใช้งานง่าย อาจเป็นวิธีที่แปลกใหม่ที่สุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ BMW ได้ออกแบบกราฟิก 2D และ 3D รวมเข้าไว้ด้วยกันปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว จุดมุ่งหมายคือการมุ่งเน้นความสนใจของผู้ขับขี่ในสถานการณ์การขับขี่ที่กำหนด และยังได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งก็เกิดขึ้นในปี 2021 เมื่อทุกอย่างทั้งหมดมารวมที่ All-new BMW iDrive เมื่อแนวคิดการตกแต่งภายในและการออกแบบใหม่ใน BMW iX แสดงถึงจุดสูงสุดของการออกแบบภายในของ BMW แต่ด้วยการเปิดตัว BMW iDrive ใหม่ ทั้งเทคโนโลยี วัสดุ และประสบการณ์ของผู้ใช้ ที่จะผสานเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและต่อเนื่องหลายรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยพวงมาลัยทรงหกเหลี่ยม จอแสดงผลแบบโค้ง กับวัสดุระดับพรีเมียม เช่น แผงไม้ที่มีระบบสัมผัสได้ซ่อนอยู่ การทำงานกับโซลูชันดิจิทัลขั้นสูงที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภารกิจ “สุนทรียภาพแห่งการขับขี่” ตลอดเกือบ 100 ปีของ BMW “ความทันสมัยเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อเราสามารถทำสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน” Felix Staudacher หัวหน้าฝ่ายออกแบบ UI ของ BMW Group กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาจาก BMW.com

Share

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *